​​​​​​      

​​​​​​​​​​​​​​​​โครงการมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของสินเชื่อรถ KLeasing มาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3


สินเชื่อรถ ประเภทเช่าซื้อ
1. ลดการชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) 50% ของค่างวดเดิมเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยขยายระยะเวลาการสิ้นสุดของสัญญาและจำนวนงวดผ่อนชำระหนี้อีก 3 เดือน   
2. กรณีลูกค้าเช่าซื้อที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างรุนแรง จนไม่สามารถชำระหนี้ได้ ให้พักการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 เดือน (3 งวด) โดยขยายระยะเวลาการสิ้นสุดของสัญญาเป็นระยะเวลา 3 เดือน แต่ไม่ขยายงวดผ่อนชำระ

สินเชื่อรถช่วยได้ ประเภทจำนำทะเบียนรถยนต์
1. ลดการชำระค่างวด 30% ของค่างวดเดิมตลอดอายุสัญญาที่เหลือนับจากวันที่เข้ามาตรการ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี ทั้งนี้ หากปัจจุบัน กำหนดอัตราดอกเบี้ยไม่ถึง 22% ต่อปี ให้พิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยไม่สูงกว่าอัตราเดิม
2. กรณีลูกค้าจำนำเล่มทะเบียนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างรุนแรง จนไม่สามารถชำระหนี้ได้ ให้พักการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 เดือน (3 งวด) โดยขยายระยะเวลาการสิ้นสุดของสัญญาเป็นระยะเวลา 3 เดือน แต่ไม่ขยายงวดผ่อนชำระ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี​

ลูกค้าที่สามารถเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3: เฉพาะลูกค้ารายย่อยซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลรายย่อย ในกรณีลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อที่เคยลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือเดิม เช่น ลดค่างวด 50% หรือพักชำระเงินต้น และดอกเบี้ย 3 เดือน ซึ่งมาตรการเดิมสิ้นสุดแล้วหรืออยู่ในระหว่างระยะเวลาของมาตรการช่วยเหลือเดิม ลูกค้าสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 นี้ได้ โดยให้ถือว่ามาตรการช่วยเหลือเดิมมีผลบังคับต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลา

โดยมีเงื่อนไขในการเข้ามาตรการ ดังนี้
  • การลงทะเบียนขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 จะมีผลภายในเดือน(งวด) นั้นๆ เมื่อลูกค้าแจ้งลงทะเบียนขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือฯ โดยลูกค้ารวมถึงผู้ค้ำประกัน(ถ้ามี) จะต้องลงนามในเอกสารครบถ้วนตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ก่อนวันครบกำหนดชำระค่างวดหรือก่อนมาตรการเดิมสิ้นสุดลงล่วงหน้า 14 วัน ทั้งนี้ มีระยะเวลาเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 นี้ ตั้งแต่วันที่17 พฤษภาคม 2564 - วันที่ 31 ธันวาคม 2564 (ขยายเวลามาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3)
  • ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 ลูกค้าต้องไม่มีประวัติค้างชำระ (NPL) เกินกว่า 90 วัน (3 งวดติดต่อกัน)
  • ลูกค้าต้องมีสถานะการผ่อนชำระค่างวดปกติหรือมีสถานะไม่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่เข้าร่วมมาตรการ
  • ลูกค้าสามารถเลือกลงทะเบียนเพื่อขอรับมาตรการใหม่ได้เพียงทางเลือกเดียว และเมื่อลูกค้าเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 นี้แล้ว ไม่สามารถแจ้งเพื่อเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกได้
  • ​ลูกค้าบุคคลธรรมดา และลูกค้านิติบุคคลรายย่อยใหม่ที่เพิ่งได้รับอนุมัติสินเชื่อ (New Booking) ที่ต้องการเข้ามาตรการช่วยเหลือ ระยะที่ 3​ ลูกค้าจะต้องชำระค่างวดมาแล้วอย่างน้อย 1 งวด (เดือน) ไม่รวมลูกค้าสินเชื่อกลุ่มลูกค้าบรรษัท (Fleet)

     การลงทะเบียนขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 จะมีผลภายในเดือน(งวด)นั้นๆ ​เมื่อลูกค้าแจ้งลงทะเบียนขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือฯ โดยลูกค้ารวมถึงผู้ค้ำประกัน(ถ้ามี) จะต้องลงนามในเอกสารครบถ้วนตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ก่อนวันครบกำหนดชำระค่างวดหรือก่อนมาตรการเดิมสิ้นสุดลงล่วงหน้า 14 วัน ทั้งนี้ มีระยะเวลาเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 นี้ ตั้งแต่วันที่17 พฤษภาคม 2564 - วันที่ 31 ธันวาคม 2564

     บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด (บริษัท) พร้อมที่จะเดินเคียงข้างคุณเพื่อก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน ด้วย “โครงการมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อเนื่อง”​​​​



​คำถามเกี่ยวกับเงื่อนไขการลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3

1. รายละเอียดมาตรการช่วยเหลือของบจก. ลีสซิ่งกสิกรไทย
มาตรการช่วยเหลือสินเชื่อรถ ประเภทเช่าซื้อ
1. ลดการชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) 50% ของค่างวดเดิมเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยขยายระยะเวลาการสิ้นสุดของสัญญาและจำนวนงวดผ่อนชำระหนี้อีก 3 เดือน
   
2. กรณีลูกค้าเช่าซื้อที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างรุนแรง จนไม่สามารถชำระหนี้ได้ ให้พักการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 เดือน (3 งวด) โดยขยายระยะเวลาการสิ้นสุดของสัญญาเป็นระยะเวลา 3 เดือน แต่ไม่ขยายงวดผ่อนชำระ

มาตรการช่วยเหลือสำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อรถช่วยได้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ 
1. ลดการชำระค่างวด 30% ของค่างวดเดิมตลอดอายุสัญญาที่เหลือนับจากวันที่เข้ามาตรการ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี ทั้งนี้ หากปัจจุบัน กำหนดอัตราดอกเบี้ยไม่ถึง 22% ต่อปี ให้พิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยไม่สูงกว่าอัตราเดิม

2. กรณีลูกค้าจำนำเล่มทะเบียนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างรุนแรง จนไม่สามารถชำระหนี้ได้ ให้พักการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 เดือน (3 งวด) โดยขยายระยะเวลาการสิ้นสุดของสัญญาเป็นระยะเวลา 3 เดือน แต่ไม่ขยายงวดผ่อนชำระ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี
2. คุณสมบัติของลูกค้าผู้ประสงค์เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3
1. การลงทะเบียนขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 จะมีผลภายในเดือน(งวด) นั้นๆ เมื่อลูกค้าแจ้งลงทะเบียนขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือฯ โดยลูกค้ารวมถึงผู้ค้ำประกัน(ถ้ามี) จะต้องลงนามในเอกสารครบถ้วนตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ก่อนวันครบกำหนดชำระค่างวดหรือก่อนมาตรการเดิมสิ้นสุดลงล่วงหน้า 14 วัน ทั้งนี้ มีระยะเวลาเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3นี้ ตั้งแต่วันที่17 พฤษภาคม 2564 - วันที่ 31 ธันวาคม 2564 (ขยายเวลามาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3​)

2. ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 ลูกค้าต้องไม่มีประวัติค้างชำระ (NPL) เกินกว่า 90 วัน (3 งวดติดต่อกัน)

3. ลูกค้าต้องมีสถานะการผ่อนชำระค่างวดปกติหรือมีสถานะไม่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่เข้าร่วมมาตรการ

4. ลูกค้าสามารถเลือกลงทะเบียนเพื่อขอรับมาตรการใหม่ได้เพียงทางเลือกเดียว และเมื่อลูกค้าเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 นี้แล้ว ไม่สามารถแจ้งเพื่อเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกได้

5. ลูกค้าบุคคลธรรมดา และลูกค้านิติบุคคลรายย่อยใหม่ที่เพิ่งได้รับอนุมัติสินเชื่อ (New Booking) ที่ต้องการเข้ามาตรการช่วยเหลือ (ระยะที่ 3) ลูกค้าจะต้องชำระค่างวดมาแล้วอย่างน้อย 1 งวด (เดือน) ไม่รวมลูกค้าสินเชื่อกลุ่มลูกค้าบรรษัท (Fleet)

3. เงื่อนไขการเข้าร่วมมาตรการ

- สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อเช่าซื้อรถ (รถใหม่ และ รถใช้แล้ว) และสินเชื่อรถช่วยได้ ประเภทโอนเล่มทะเบียนรถ ลูกค้าสามารถขอรับมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 ได้เพียงมาตรการเดียว โดยบริษัทจะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งพิจารณาจากผลกระทบที่ลูกค้าได้รับจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเมื่อลูกค้าเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 นี้แล้ว ภายในระยะเวลาให้ความช่วยเหลือมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 ลูกค้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกได้ และกรณีลูกค้ายังอยู่ในระหว่างมาตรการเดิม ลูกค้าสามารถแจ้งลงทะเบียนขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ โดยลูกค้าและผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี) สามารถลงในเอกสารเพื่อขอเข้าร่วมมาตรการก่อนวันครบกำหนดชำระค่างวดหรือก่อนมาตรการเดิมสิ้นสุดลงล่วงหน้า 14 วัน อย่างไรก็ตามลูกค้าจะได้รับการเข้าร่วมมาตรการใหม่จากบริษัทได้ก็ต่อเมื่อหลังจบมาตรการเดิม

- สำหรับสินเชื่อรถช่วยได้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ ในการเลือกเข้าร่วมมาตรการที่ 1 เฉพาะลูกค้ายังที่ยังไม่เคยลงทะเบียนมาตรการช่วยฯ แต่ในการเลือกเข้าร่วมมาตรการที่ 2 บริษัทจะเป็นผู้พิจารณา โดยพิจารณาจากผลกระทบที่ลูกค้าได้รับจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเมื่อลูกค้าเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 นี้แล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกได้

- กรณีพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน ถ้าชำระก่อน/หลังได้อนุมัติจะมีผลอย่างไร:
  • กรณีชำระค่างวดก่อนได้รับอนุมัติ ค่างวดจะถูกนำไปตัดชำระเป็นงวดในรอบบัญชีปัจจุบัน เช่น ลูกค้าชำระค่างวดในวันที่ 1 เมษายน เพื่อชำระค่างวดรอบบิลเดือนเมษายน แต่ลูกค้าได้รับอนุมัติเข้ามาตรการช่วยเหลือฯในวันที่ 4 เมษายน ค่างวดดังกล่าวจะถูกนับเป็นค่างวดของรอบบิลเดือนเมษายน และลูกค้าจะได้รับการพักชำระหนี้เป็นเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม แทน
  • กรณีชำระค่างวดหลังได้รับอนุมัติ (ระหว่างมาตรการ) ค่างวดจะถูกนำไปตัดชำระเป็นค่างวดหลังเสร็จสิ้นการพักชำระ 3 เดือน เช่น ลูกค้าได้รับอนุมัติพักชำระหนี้เดือนเมษายน - มิถุนายน เริ่มชำระงวดแรกหลังสิ้นสุดมาตรการเป็นเดือนกรกฎาคม ค่างวดที่ชำระเข้ามาของเดือนเมษายน จะนับเป็นค่างวดของรอบบิลเดือนกรกฎาคม เป็นต้น​​
- ลูกค้าบุคคลธรรมดา และลูกค้านิติบุคคลรายย่อยใหม่ที่เพิ่งได้รับอนุมัติสินเชื่อ (New Booking) ที่ต้องการขอเข้ามาตรการช่วยเหลือ (ระยะที่ 3) ลูกค้าต้องชำระค่างวดมาแล้วอย่างน้อย 1 งวด (เดือน) ไม่รวมลูกค้าสินเชื่อกลุ่มลูกค้าบรรษัท (Fleet)

- หลังจากครบกำหนดการเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 (บริษัทมีการคำนวณดอกเบี้ยในระหว่างผ่อนปรน)

- ลูกค้าสามารถชำระค่างวดเต็มจำนวน หรือมากกว่า เพื่อลดยอดภาระหนี้ตามสัญญา ผ่านช่องทางรับขำระเงินปกติ โดยไม่ต้องแจ้งบริษัททราบ

- สำหรับลูกค้าที่เคยเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือเดิม และต้องการเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 โดยไม่เว้นช่วง จะต้องแจ้งความประสงค์ล่วงหน้าก่อนวันที่มาตรการช่วยเหลือเดิมครบกำหนด หรือก่อนวันถึงกำหนดชำระค่างวด 14 วัน

- สำหรับลูกค้าที่ยังไม่เคยลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ หรือลูกค้าที่เคยเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือเดิมและมาตรการช่วยเหลือเดิมครบกำหนดแล้ว และต้องการเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 โดยให้มีผลในเดือน (งวด) ที่ต้องการ จะต้องแจ้งความประสงค์ล่วงหน้าก่อนวันถึงกำหนดชำระค่างวด 14 วัน

- หากลูกค้าลงทะเบียนเพื่อขอเข้าร่วมมาตรการเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าและผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี) จะต้องลงนามในเอกสารให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด เมื่อบริษัทได้รับเอกสารครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะส่งคำยืนยันผลผ่านทาง SMS ภายใน 5 วัน

4. ช่องทางในการลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3
ลูกค้าสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 ผ่านทางช่องทางดังต่อไปนี้

ช่องทาง Call Center
K-Contact Center 02-8888888 ต่อ 860
KLeasing Call Center 02-6969999 ต่อ 60 (วันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8.30-17.00 น.)

ช่องทางสำนักงานใหญ่และสาขา
สำนักงานใหญ่ บจก. ลีสซิ่งกสิกรไทย กรุงเทพฯ 
ศูนย์ธุรกิจของลีสซิ่งกสิกรไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ
บริษัทผู้รับจ้างที่ บจก. ลีสซิ่งกสิกรไทย ได้มอบหมายให้ติดต่อลูกค้า
ช่องทางผ่าน website https://kbank.co/KLregister​
​​ช่องทางผ่าน website ของธนาคารแห่งประเทศไทย https://www.1213.or.th/App/DMed/V1

หมายเหตุ:  1. ช่องทางของธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่รวมสินเชื่อประเภทรถจักรยานยนต์ และสินเชื่อจำนำเล่มทะเบียน
                 2. ระยะเวลาลงทะเบียนผ่านช่องทางของธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่ม 1 มิถุนายน 2564 สิ้นสุด วันที่ 31 สิงหาคม 2564 (ระยะเวลา 3 เดือน)

สิ่งที่ลูกค้าต้องเตรียมในการติดต่อกับบริษัท: หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่สัญญาหรือเลขทะเบียนรถ หมายเลขโทรศัพท์ของลูกค้า
5. การเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 จะมีผลกระทบใดๆ ต่อสถานะข้อมูล เครดิต (NCB) ในข้อมูลของทางบริษัทหรือไม่
การเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3ลดค่างวด 50% ของค่างวดเดิม ระยะเวลา 6 เดือน หรือพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน ของสินเชื่อเช่าซื้อ หรือลดค่างวด 30% ตลอดดอายุสัญญาของสินเชื่อรถช่วยได้ หรือพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน ประเภทจำนำทะเบียนรถ ไม่ถือเป็นการผิดนัดและ  ไม่เสียประวัติด้านข้อมูลเครดิต (NCB) ไม่กระทบต่อสถานภาพในการขอสินเชื่อในอนาคต สำหรับ  ลูกค้าที่ไม่มียอดสินเชื่อค้างชำระ หรือ มียอดค้างชำระไม่เกิน 90 วัน
6. สินเชื่อรถ KLeasing: ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรถช่วยได้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ ปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยจาก 28% เป็น 24% (เฉพาะสินเชื่อที่อนุมัติตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 63 เป็นต้นไป) มีรายละเอียดอย่างไร
ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ในการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดหรือไม่

ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่ามีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด)


การปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป หากมีรายการสมัครสินเชื่อก่อน วันที่ 1 สิงหาคม 2563 แต่ยังไม่อนุมัติสินเชื่อ รายการดังกล่าวจะคิดอัตราดอกเบี้ยเดิม หรือ คิดอัตราดอกเบี้ยใหม่

ลูกค้าทุกรายที่ได้รับอนุมัติและมีการเบิกใช้วงเงินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดได้ไม่เกิน 24% ตามประกาศปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยใหม่

ใบแจ้งยอดชำระหนี้รอบบัญชีแรกหลังจากปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร

ใบแจ้งยอดชำระหนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้รายละเอียดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดจะถูกระบุในสัญญากู้ยืมเงิน (สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ) ที่ลูกค้าลงนาม

ลูกค้าปัจจุบันที่ได้อนุมัติสินเชื่อก่อน 1 สิงหาคม 2563 สามารถขอปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ย ได้หรือไม่


กรณีลูกค้าที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2563 แต่ยังไม่เบิกใช้วงเงิน และต่อมาหากมีการเบิกใช้วงเงินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป จะถือเป็นลูกค้าใหม่ (โดยพิจารณาตามวันที่ของการเบิกใช้วงเงินของลูกค้า) สามารถขอปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 24% ตามประกาศเพดานอัตราดอกเบี้ยใหม่

แต่หากเป็นกรณีลูกค้าที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ และมีการเบิกใช้วงเงิน ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2563 จะถือเป็นลูกค้าเก่าจะไม่สามารถขอปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 24% ตามประกาศเพดานอัตราดอกเบี้ยใหม่
7. วิธีการคำนวณระยะเวลาผ่อนชำระของมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3

ตัวอย่างการคำนวณค่างวดสำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อเช่าซื้อรถ (รถใหม่, รถใช้แล้ว) และสินเชื่อรถช่วยได้ ประเภทโอนเล่มทะเบียนรถ โดยมีสมมติฐานค่างวดก่อนเข้ามาตรการจำนวนเงิน 10,000 บาทต่องวด



8. มาตรการใหม่ตามประกาศของ ธปท. นี้แตกต่างกับมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 ของบริษัทหรือไม่
ไม่แตกต่าง เนื่องจาก KLeasing มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ระยะที่ 3​ ให้อยู่แล้ว คือพักชำระหนี้ 3 เดือน ซึ่งครอบคลุมตามที่ ธปท. ประกาศล่าสุด โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. ระยะเวลาเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือที่นานกว่าถึงเดือน ธ.ค. 64
2. รูปแบบการจัดการที่ครบถ้วน (ช่องทางการลงทะเบียน, การเรียกเก็บค่างวดและดอกเบี้ยส่วนเพิ่มของค่างวดที่พักชำระหนี้ในช่วงท้ายสัญญา)
3. การให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าทั้งบุคคลธรรมดารายย่อยและนิติบุคคล
9. ลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการลดค่างวด 50% 6 เดือน สามารถเปลี่ยนมาตรการใหม่ตามประกาศของ ธปท.ได้หรือไม่

ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากลูกค้าสามารถเลือกลงทะเบียนมาตรการช่วยเหลือได้เพียงทางเลือกเดียว (ตามมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3) และหากลูกค้าเข้าร่วมแล้ว จะไม่สามารถแจ้งเพื่อเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกได้

10. มาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 ของบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย ที่มีอยู่นี้ รับเฉพาะลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 13 จังหวัด ใช่หรือไม่ และหากลูกค้าที่ไม่ได้อยู่ใน 13 จังหวัดนี้ จะสามารถเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือได้หรือไม่
มาตรการช่วยเหลือของบริษัทสามารถเข้าร่วมได้ทุกจังหวัดและไม่จำกัดพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วย 2 มาตรการช่วยเหลือ 
(1) ลดการชำระค่างวด 50% ของค่างวดเดิมเป็นระยะเวลา 6 เดือน 
(2) พักชำระหนี้ 3 เดือน (สำหรั​บลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เช่น กิจการหรือสถานที่ประกอบธุรกิจปิดชั่วคราวจากคำสั่งของภาครัฐ  เป็นต้น) โดยมาตรการนี้ลูกค้าจะต้องแสดงหลักฐานการได้รับผลกระทบตามที่บริษัทกำหนด​



ประเภท