เกณฑ์คิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ ลดภาระหนี้ให้เบาขึ้น

​​​​​​​​​     ผลิตภัณฑ์สินเชื่อทุกประเภทของ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด (สินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อเช่าทางการเงิน สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และสินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์) มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเกี่ยวกับการคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้และการจัดสรรเงินที่บริษัทได้รับชำระคืนจากลูกค้าเพื่อให้การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้และการจัดสรรเงินที่ได้รับชำระคืนสอดคล้องกับข้อเท็จจริง และเกิดความเป็นธรรมมากขึ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

1. การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เม.ย. 64) 
ฐานการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัด ให้คิดบนฐานของ "เงินต้นที่ผิดนัดจริง" เท่านั้น ไม่ได้รวมส่วนของเงินต้นของค่างวดในอนาคตที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ เช่น

​​     แม้ว่าผลิตภัณฑ์สินเชื่อเช่าซื้อจะมีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาที่กำหนดให้สามารถคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดชำระบนฐานค่างวด (เงินต้น + ดอกเบี้ย + VAT) ที่ผิดนัดชำระได้ แต่เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นว่าการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดบนฐานของเงินต้นที่ผิดนัดจริงนั้น เป็นธรรมกับลูกค้ามากกว่าบริษัทจึงกำหนดให้ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อทุกประเภทของบริษัทคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดบนฐานของเงินต้นที่ผิดนัดจริงทั้งหมด

2. อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ที่เหมาะสม
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีกฎหมายกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระสูงสุดไว้เป็นการเฉพาะ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ คือ "อัตราดอกเบี้ยตามสัญญาบวกไม่เกิน 3%" เช่น ถ้าอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาคือ 8% บริษัทฯ จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ได้ไม่เกิน 11% ซึ่งต่างจากเดิมที่บริษัทฯ กำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ตามอัตราดอกเบี้ยสูดสุดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ 15% สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีกฎหมายกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระสูงสุดไว้เป็นการเฉพาะ 

2.1 ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 
      2.1.1 สินเชื่อที่ไม่มีกฎหมายกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระสูงสุดไว้เป็นการเฉพาะ ได้แก่ 
               • สินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ 
               • สินเชื่อเช่าทางการเงิน 
               • สินเชื่อเช่าซื้อกลุ่มที่ไม่อยู่ภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์                                 เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา* 
      บริษัทกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ เป็น อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) ตามสัญญาบวก 3 แต่สูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี ของเงินต้นของค่างวดที่ผิดนัดชำระ
      2.1.2 สินเชื่อที่มีกฎหมายกำหนดอัตรารวมสูงสุดของดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใด ๆ ไว้เป็นการเฉพาะ ได้แก่ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (ประเภทสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน) กำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ เป็น อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) ตามสัญญาบวก 3 แต่สูงสุดไม่เกิน 24% ต่อปี ของเงินต้นของค่างวดที่ผิดนัดชำระ
2.2 ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (อยู่ภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา) กำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ เป็น 5% ของเงินต้นของค่างวดที่ผิดนัดชำระ
หมายเหตุ : *สินเชื่อเช่าซื้อกลุ่มที่ไม่อยู่ภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ได้แก่ ลูกค้านิติบุคคล และลูกค้าบุคคลธรรมดาที่เช่าซื้อรถ เพื่อใช้ทำการขนส่ง เพื่อการค้า หรือธุรกิจของตนหรือเพื่อสินจ้าง

3. ลำดับการตัดชำระ ให้ตัดชำระเป็นแนวนอน 
โดยตัดค่างวดที่ค้างชำระนานที่สุดเป็นลำดับแรก เพื่อเงินที่ลูกค้าชำระหนี้เข้ามามีโอกาสตัดถึงเงินต้นได้มากขึ้น มีผลบังคับใช้ 1 ก.ค. 64 เป็นต้นไป

     สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ตัดชำระตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (ประเภทสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน) และผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ อย่างไรก็ตามสำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ลูกค้าสามารถเลือกชำระค่าติดตามทวงถามหนี้  ค่าเช่า/ดอกเบี้ย และ/หรือเงินต้น รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ถ้ามี) ตามใบแจ้งหนี้ได้ตามที่ต้องการ

ประเภท